Search this site
พบ 251 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา
- ทะเบียนป้ายแดง กับความเข้าใจผิด ๆ ที่ขับไม่ระวังอาจถูกปรับอ่วม
อย่างที่รู้กันว่าทะเบียนป้ายแดงนั้นเป็นเหมือนสัญลักษ์ของรถยนต์ที่พึ่งออกใหม่ ๆ ดูมีมูลค่า โดดเด่นกว่าป้ายอื่น ๆ ถึงขั้นที่ว่ามียุคหนึ่งที่ผู้ขับขี่นิยมติดป้ายแดงกับรถยนต์หรูจนไปถึงรถยนต์ใช้งานทั่วไป ไม่ยอมใช้ทะเบียนที่จดทะเบียนแล้วมาติด หรือไม่ยอมดำเนินการจดทะเบียน เรียกว่าเป็นการลากป้ายแดงนั่นเอง ซึ่งในวันนี้จะมาย้ำความเข้าใจว่าป้ายแดงจริง ๆ แล้วต่างจากความเข้าใจเดิมอย่างไรบ้างสำหรับผู้ขับขี่ที่พึ่งออกรถยนต์ใหม่ หรือพึ่งขับขี่ยานพาหนะเป็นครั้งแรก ทะเบียนป้ายแดงไม่ได้มีสิทธิพิเศษใด ๆ บนท้องถนน หลาย ๆ คนเวลาขับขี่รถยนต์ทะเบียนป้ายแดงมักจะรู้สึกว่ามีสิทธิพิเศษบางอย่างที่ทำให้รถคันอื่น ๆ รู้สึกเกรงใจ ซึ่งจริง ๆ แล้วทะเบียนป้ายแดงมีข้อจำกัดในการขับขี่ทั้งในเรื่องของระยะทางและเวลา แถมจะเป็นเรื่องชวนปวดหัวเวลาต้องใช้รถยนต์เมื่อถึงคราวจำเป็นอีกต่างหาก จุดประสงค์หลักของทะเบียนป้ายแดง การติดทะเบียนป้ายแดงพบได้ทั้งผู้จำหน่ายที่เป็นคู่ค้าของบริษัทรถยนต์โดยตรงและผู้จำหน่ายรถยนต์มือสอง มีจุดประสงค์หลัก 2 กรณี คืออนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะกรณีเพื่อขายและเพื่อซ่อม พูดง่าย ๆ ก็คือรถป้ายแดงเป็นรถที่ยังไม่มีการจดทะเบียนถูกต้อง แต่ป้ายแดงที่ติดเป็นเหมือนเอกสารชั่วคราวที่ออกให้ผู้จำหน่ายติดเพื่อใช้งานรถยนต์ในจุดประสงค์เฉพาะเจาะจงภายใต้ข้อจำกัดที่กำหนด เมื่อผู้ขับขี่ซื้อรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ๆ ต้องดำเนินการจดทะเบียนอย่างถูกต้องโดยเร็ว ป้ายแดงใช้ได้นะ แต่เอกสารห้ามลืมบันทึก ขอบเขต ระยะทาง และเวลาขับขี่ถูกจำกัด แน่นอนว่าที่กล่าวมาในหัวข้อข้างต้นคือกรอบกฎหมายของทะเบียนป้ายแดงจริง ๆ แต่ทั้งนี้กรอบกฎหมายของทะเบียนป้ายแดงก็ยังมีข้อบังคับและข้ออนุโลมเบื้องต้นดังนี้ สมุดคู่มือประจำรถติดรถ ผู้ขับขี่รถป้ายแดงจะต้องบันทึกรายละเอียดการใช้งานรถทุกครั้งที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อผู้ขับขี่ ยี่ห้อรถ หมายเลขตัวรถหรือหมายเลขเครื่องยนต์ของรถ ระยะเวลาในการใช้งานรถต่อครั้ง และสถานที่จุดหมายปลายทาง เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหากมีการเรียกตรวจ โดยผู้ใช้รถป้ายแดงจะต้องพกสมุดคู่มือติดรถไว้ตลอดเวลา กระทำผิดอาจจะโดนปรับสูงสุด 1,000 บาท ขับขี่ได้เฉพาะในเขตจังหวัดที่ระบุในทะเบียน ตามกฎหมายระบุไว้ว่า รถป้ายแดงสามารถวิ่งได้ภายในเขตที่ระบุอยู่บนป้ายทะเบียนเท่านั้น เช่น ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ ก็สามารถใช้ได้ภายในเขตกรุงเทพฯ เท่านั้น หากมีความจำเป็นที่ต้องใช้งานข้ามเขต จะต้องมีการลงบันทึกการใช้รถอย่างละเอียด ต้องได้รับการอนุญาตจากนายทะเบียนเซ็นกำกับเป็นหลักฐานก่อน ซึ่งจะมีการกำหนดวันกลับอย่างชัดเจนในบันทึกทั้งไปและกลับ โดยปกตินายทะเบียนจะอนุญาตให้ใช้รถป้ายแดงออกนอกเขตพื้นที่ครั้งละไม่เกิน 3 วัน หรือหากมีความจำเป็นไม่เกิน 5 วัน หากฝ่าฝืนจะโดนปรับสูงสุด 10,000 บาท ขับขี่ได้ภายในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น รถยนต์ป้ายแดงสามารถขับได้เฉพาะช่วงเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในช่วงเวลาประมาณ 06.00–18.00 น. เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีการอนุโลมให้วิ่งเพิ่มได้ถึง 20.00 น. เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน หากฝ่าฝืนจะโดนปรับสูงสุด 10,000 บาท ขับขี่ได้ชั่วคราว ให้ดำเนินการจดทะเบียนป้ายขาวภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันที่ได้รับรถ หรือระยะทางการใช้งานไม่เกิน 3,000 กม. หากฝ่าฝืนจะโดนปรับสูงสุด 10,000 บาท พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่! อ้างอิงข้อมูล เช็กกฎหมาย “รถป้ายแดง” สามารถใช้งานได้นานสุดกี่วัน ต้องใช้อย่างไรให้ไม่โดนจับ?? 4 ข้อควรรู้คู่รถป้ายแดง ไม่อยากโดนปรับ ต้องทำตามนี้! อัปเดตกฎหมายรถป้ายแดง 2566 ขับผิดเวลา ระวังถูกปรับ! รวมกฎข้อระวังและข้อห้ามรถป้ายแดงที่ควรรู้ ป้ายแดงเกลื่อนเมือง! ปลดล็อกคำถามคาใจ คนขับรถใหม่ต้องรู้
- รถน้ำมันใกล้หมด จะขับต่อไปจนถึงจุดหมายหรือแวะปั้มให้สบายใจดี ?
เพื่อน ๆ ผู้ขับขี่หลาย ๆ คนเวลาติดรถยนต์เดินทางไปที่ไหนไกลบางครั้งมักจะตกใจกับหน้าปัดระดับน้ำมันอันน้อยนิดเสมอและจะได้คำตอบของเจ้าของรถตลอดว่า "เรารู้รถยนต์คันนี้ดี" เสมือนเพื่อนสนิทที่ฝ่าฟันอุปสรรคกันมาแค่มองตาก็รู้ใจซะอย่างนั้น หรือความเคยชินของการเดินทางระยะทางเดิม ๆ ไม่อยากเติมน้ำมันเยอะเพราะเปลืองเงิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำมาสู่การซ่อมแซมรถยนต์ เพราะการขับขี่รถยนต์สันดาปเป็นเรื่องปกติที่ต้องคอยดูแลและตรวจสอบของเหลวที่ไหลเวียนภายในเครื่องยนต์ โดยในครั้งนี้จะเป็นเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง ที่หากหมดจนแห้งอาจเกิดความเสียหายได้มากกว่าที่คิด รู้ใจรถยนต์จากคู่มือการใช้งาน ในรถยนต์หลาย ๆ รุ่นที่เป็นเครื่องยนต์สันดาป ภายในคู่มือนอกจากจะบอกชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้งานได้กับรถยนต์คันนั้น ๆ ยังบอกขอกำชับในการใช้งานรถยนต์ไม่ให้ระดับน้ำมันต่ำกว่าที่กำหนด เช่น บางรุ่นกำหนดไว้ห้ามต่ำกว่า 2 ขีดแดงในหน้าปัด ซึ่งเป็นการรักษาอะไหล่ต่าง ๆ ในระบบน้ำมันเชื้อเพลิงให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ไฟสัญญาณเตือนขึ้นขับต่อได้ แต่ไว้ตอนฉุกเฉินจริง ๆ ดีกว่า โดยเฉลี่ยแล้วสำหรับรถยนต์ส่วนใหญ่ (โปรดดูข้อมูลจำเพาะของรถแต่ละคันเพื่อดูข้อมูลที่ถูกต้อง) เมื่อไฟเตือนสีเหลืองเริ่มกระพริบโดยทั่วไปคุณสามารถขับต่อไปอีก 40-50 กิโลเมตรก่อนที่ถังน้ำมันจะหมด อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือระยะทางอาจแตกต่างกันเนื่องจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงการจราจรติดขัด สภาพอากาศที่ฝนตก ถนนที่มีน้ำท่วม ทางโค้งบ่อยบนเส้นทาง ความจำเป็นในการเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนทำให้ความเร็วในการขับขี่ช้าลง หากรถน้ำมันหมดกลางทาง เมื่อเติมน้ำมันใหม่อย่าลืมไล่ลมในระบบ กรณีที่ขับขีรถยนต์จนน้ำมันเชื้อเพลิงหมดถัง หากทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้น้ำมันมาแล้ว แต่กลับพบว่า พอเติมน้ำมันไปแล้วรถยนต์กลับสตาร์ทไม่ติด ปัญหานี้อาจเกิดจากลมที่ค้างอยู่ในท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิงหรือในถังน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เปิดกระโปรงรถยนต์แล้วดูตรง ปั๊มแรงดันต่ำ หรือปั๊มมือ ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ทางด้านขวามือถัดจากหม้อแบตเตอรี่ เราจะเห็นตัวกรองน้ำมันเชื้อเพลิง หน้าตาคล้าย ๆ กับกระปุกขนาดเท่ากระบอกน้ำมีจุกสีดำ ให้ใช้มือกดที่หัวปั๊มหลาย ๆ ครั้ง จนรู้สึกว่ามีแรงต้านดันขึ้นมาจากด้านใน หลังจากนั้นให้ลองสตาร์ทรถยนต์อีกครั้ง หากเครื่องยนต์ยังไม่ติดให้ลองทำซ้ำต่อเนื่องอีก 2-3 ครั้ง เพื่อไล่อากาศที่ยังคงค้างอยู่ในตัวถังน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ควรเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย รถยนต์มีอาการเหล่านี้ให้รีบเข้าศูนย์บริการ การขับขี่จนน้ำมันเชื้อเพลิงใกล้หมดหรือหมดถังแบบนี้บ่อย ๆ จะทำให้ "ปั้มติ๊ก" ที่มีหน้าที่ส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากถังเข้าสู่เครื่องยนต์ทำงานหนักมากเกินไปเนื่องจากไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงดูดซับความร้อนจากตัวปั๊ม หรือตะกอนภายในถังน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตัน ก็มีโอกาสทำให้ปั๊มติ๊กไหม้และพังเสียหายได้ หากเกิดอาการสตาร์ตไม่ค่อยติด ติดๆ ดับๆ กระตุก ไม่ต่อเนื่อง อาจเป็นไปได้ว่า “ปั๊มติ๊ก” กำลังเสื่อมสภาพ หมั่นรักษาระดับน้ำมันในถังง่ายกว่าส่งรถยนต์เข้าศูนย์ซ่อม การเติมน้ำมันเกือบเต็มถังไม่ได้ส่งผลต่อการใช้งานรถยนต์มากนักตามความเชื่อในยุคก่อน ๆ เพราะหากคำนวณน้ำหนักของน้ำมันเชื้อเพลิงที่เติมตามความจุของถัง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาอาจเทียบเท่ากับผู้โดยสารผู้ใหญ่เพียง 1 คน หรือเด็ก ๆ เพียง 2 คนเท่านั้น ไม่ได้ทำให้การขับขี่สิ้นเปลืองมากกว่าเดิมจนรู้สึกได้ขนาดนั้น ปัจจัยสำคัญจึงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่และน้ำหนักการบรรทุกสิ่งของ ดังนั้นการเติมน้ำมันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสม่ำเสมอ และวางแผนการเดินทางนั้นง่ายกว่าการที่ต้องมาลุ้นว่ารถยนต์จะดับเมื่อไหร่จากการขับขี่ขณะที่น้ำมันเชื้อเพลิงจะหมดถัง ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นแลกกับความสะดวกเพียงเล็กน้อยนั้นไม่คุ้มค่าเลย เมื่อน้ำมันรถเหลือเพียง 1 ใน 4 ของถัง ควรมองหาปั๊มพุ่งเข้าไปเติมให้สบายใจเราอีกทั้งปลอดภัยกับเครื่องยนต์ด้วย พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่! อ้างอิงข้อมูล รถน้ำมันหมด อย่าเพิ่งหมดใจ รวม 7 วิธีเอาตัวรอดน้ำมันหมดกลางทาง ถ้าไม่อยากให้ปั้มติ๊กพัง อย่าปล่อยให้น้ำมันหมดถัง ขับรถน้ำมันใกล้หมดถัง .. เรื่องไม่ควรทำ ที่อาจไม่มีใครเคยบอกคุณ ไฟเตือนน้ำมันใกล้หมด ขับต่อได้อีกไกลแค่ไหน และข้อควรรู้การเติมน้ำมันรถ ขับรถน้ำมันใกล้หมด ส่งผลเสียมากกว่าที่คิด! พร้อมวิธีขับรถป้องกันน้ำมันหมด คาร์ทิปส์ : อย่าปล่อยให้น้ำมันหมดบ่อย ‘ปั๊มติ๊ก’ขอร้อง : โดย ช่างเซียน
- ถ้ายางรถเรามีลักษณะผิดปกติเหล่านี้ แล้วจะใช้ต่อไปดีไหมนะ ?
ยางรถยนต์ถือเป็นอะไหล่เพียงอย่างเดียวที่ทำหน้าที่สัมผัสกับพื้นผิวของถนน มีความสามารถในการยึดเกาะพื้นผิวแตกต่างกันไปตามชนิดของหน้ายาง ทั้งนี้แม้ว่ายางรถยนต์จะถูกออกแบบให้มีความทนทาน แต่ยางรถยนต์ทุกเส้นมีการสึกหรอ อายุการใช้งาน แตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการขับขี่ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่ายางรถยนต์ของเราถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนได้แล้ว ลองสำรวจยางรถยนต์ของเราดูว่าสภาพยางตรงกับลักษณะเหล่านี้หรือไม่ ดอกยางสึกหรอ ดอกร่องยางตื้น ความลึกของร่องดอกยางคือ ค่าที่วัดได้จากจุดต่ำสุดของร่องดอกยางไปจนถึงผิวหน้ายาง โดยปกติยางรถยนต์ที่ผลิตในปัจจุบันจะมีตัวบอกสภาพดอกยาง(หรือเรียกอีกอย่างว่าสะพานยาง) มีลักษณะเป็นสันนูนคล้ายสะพานที่เชื่อมร่องดอกยางให้ติดกัน เมื่อดอกยางสึกหรอถึงระดับตัวบอกสภาพในร่องดอกยางแล้ว อาจต้องพิจารณาเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ หรืออีกวิธีหนึ่งในการสังเกตคือใช้ไม้ขีดไฟทิ่มลงไปในร่องยาง ถ้าเห็นหัวไม้ขีดหมายถึงดอกยางเหลือน้อยเกินไปที่จะใช้งานได้ต่อไป เพราะหากดอกยางตื้นจนเกินไปจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการรีดน้ำของดอกยาง รวมไปถึงการยึดเกาะถนนที่ลดลงไปตามความลึกของดอกยางที่สูยเสียไปจากการใช้งาน ควรตรวจเช็กตามระยะทางและสลับยาง ทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสึกหรอนอกจาการใช้งานแล้ว การเติมลมยางไม่เหมาะสม และการตั้งศูนย์ล้อที่ไม่ปกติ ก็ส่งผลโดยตรงต่อหน้ายางด้วยเช่นกันโดยมีจุดสังเกตดังนี้ ขอบด้านนอกหรือขอบด้านในสึกมากกว่า – เกิดจากการตั้งศูนย์ล้อ มุมบังคับเลี้ยว (มุม Toe) ไม่สมดุล หน้ายางด้านในหรือด้านนอกสึกมากกว่า – เกิดจากการตั้งศูนย์ล้อแนวตั้ง (มุม Camber) ไม่ถูกต้อง ส่วนกลางของหน้ายางสึกหรอเป็นพิเศษ – เกิดได้จากแรงดันลมยางที่มากเกินไป ส่วนขอบของหน้ายางทั้งด้านในและด้านนอกสึกหรอเป็นพิเศษ – บริเวณขอบทั้งสองด้านสึกมากเป็นพิเศษ เกิดจากแรงดันลมยางน้อยเกินไป ข้อสังเกตระดับความลึกของดอกยางให้พิจารณาในการใช้งาน 6-8 มม. หรือมากกว่า 8 มม. นั้น เป็นความลึกของร่องยางที่เหมาะสม 4-5 มม. เป็นลักษณะที่ดอกยางหมดไปแล้วประมาณ 50% ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่แนะนำให้คอยหมั่นตรวจเช็ค 3 มม. เป็นความลึกของดอกยางที่สมควรเปลี่ยน และจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากในการขับขี่บนถนนที่เปียก 1.6 มม. สภาพความลึกที่เหลือเพียงเท่านี้คือดอกยางหมดเกือบ 100% ไม่ควรใช้งานต่ออาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ผิวยางบวมบูด รอยนูนบนยางรถบ่งบอกถึงโครงสร้างภายในยางรถยนต์ได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจเกิดจากการกระทบกับขอบถนน ตกหลุมบ่อหรือชนกับเกาะกลางถนนด้วยความเร็วสูงหรือขับผิดมุม ผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าวทำให้โครงยางรับแรงกระแทกมากเกินไป ซึ่งส่งผลให้ลวดใยเหล็กเส้นฉีกขาด การบวมของยางส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณแก้มยาง แนะนำว่าควรเปลี่ยนยางทันทีเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดระเบิดได้หากขับขี่ต่อไปอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เนื้อยางแข็งมีรอยแตก หรือแตกลายงา อายุใช้งานสูงสุดของยางไม่ควรเกิน 4 – 5 ปี ดูอายุของยางรถยนต์สามารถดูได้ที่ตัวเลขสี่หลักที่ประทับบนแก้มยาง โดยเลขสองตัวแรกบ่งบอกสัปดาห์ที่ผลิต ขณะที่ตัวเลขสองตัวหลังบอกปีทีผลิต วิธีการตรวจเช็คโดยง่ายก็คือ ใช้เล็บมือลองจิกลงบนหน้ายาง ถ้าหากว่าจิกลงไปแล้ว ไม่ทิ้งรอยเล็บ แสดงว่าหน้ายางหมดอายุแล้ว หรือสังเกตอาการแตกลายงาของผิวยาง เมื่อหน้ายางหมดอายุ หน้ายางจะเริ่มแข็ง ประสิทธิภาพของยางจะขาดความนิ่มและความยืดหยุด เบรกเริ่มมีเสียงดัง และระยะเบรกไม่ดี ควรเปลี่ยนทันทีโดยไม่ต้องคำนึงถึงการสึกของดอกยางแต่อย่างใด ตำแหน่งรั่วของยาง เมื่อยางเกิดรั่ว หลายคนนิยมใช้วิธีปะยางแทนการเปลี่ยนยางทั้งเส้น แต่ควรตระหนักว่าการปะยางควรทำในบริเวณที่รอยรั่วมีขนาดไม่เกิน 1 ใน 4 นิ้วและเกิดขึ้นบริเวณหน้ายางเท่านั้น และหากเกิดการรั่วหรือฉีกขาดบริเวณแก้มยางควรเปลี่ยนยางเส้นนั้นแทนการใช้งานต่อที่อาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งหากมีอาการเปล่านี้แล้ว ถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางรถยนต์ หลาย ๆ คนมีความสงสัยคือ ควรเปลี่ยนยางเฉพาะเส้นที่เสื่อมสภาพ หรือควรเปลี่ยนยางรถ 2 หรือทั้ง 4 เส้นในครั้งเดียว คำตอบคือ ควรเปลี่ยนพร้อมกันยกชุด เพราะการเปลี่ยนยางทีละเส้นจะทำให้คุณภาพยางไม่สมดุลส่งผลกระทบต่อการขับขี่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานของยางเส้นอื่น ๆ ที่เหลือว่าเหมาะสมที่จะเปลี่ยนทั้งหมด หรือการพิจารณาของศูนย์บริการ พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่! อ้างอิงข้อมูล ใช้รถต้องระวัง! หากพบว่ายางรถยนต์เป็นแบบนี้ต้องเปลี่ยนด่วน มาดูกัน! ควรเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่เมื่อไหร่ดี? ยางรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่หลังยางรั่ว และปะยางรถ 10 สัญญาณชี้ที่คุณต้อง “เปลี่ยนยาง” ได้แล้ว! 5 สัญญาณเตือนถึงเวลาเปลี่ยนยางรถยนต์ 5 สัญญาณเตือน ว่าถึงเวลาเปลี่ยนยางรถยนต์แล้วหรือยัง? รู้ได้อย่างไร เมื่อไรต้องเปลี่ยนยาง?
- ดอกยางรถยนต์เลือกยังไง ? ให้เหมาะสมกับลักษณะการขับขี่ของเรา
และแล้ววันหยุดยาวแห่งการเดินทางมาถึงอีกครั้ง เป็นช่วงที่ต้องเดินทางต้องเดินทางขับขี่กันอย่างยาวนานและค่อนข้างไกล ก็เตรียมตรวจสภาพรถยนต์มาแล้วพร้อมออกเดินทาง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราอยากแนะนำเพื่อปรับการขับขี่ให้เหมาะสมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นคือเรื่องของยางรถยนต์นั่นเองค่ะ หลาย ๆ คนที่พึ่งขับรถยนต์ครั้งแรกหรือพึ่งออกรถยนต์คันแรกอาจจะรู้สึกว่ายางรถยนต์นั้นมีความหลากหลายมาก ๆ แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามันต่างกันขนาดนั้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว นอกจากขนาดยางรถยนต์ การดูแลรักษายางรถยนต์ ดอกยางรถยนต์เองก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อการขับขี่ ให้ประสิทธิภาพของการเคลื่อนที่แตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่และลักษณะของดอกยางรถยนต์ที่ใช้ ลองมาดูกันว่าลักษณะดอกยางแบบไหนเหมาะกับการขับขี่และปลอดภัยที่สุด ความแตกต่างของทิศทางดอกยาง ดอกยางทิศทางเดียว (Directional) ดอกยางจะมีลักษณะไปในทิศทางเดียวกัน โดยที่แก้มยางจะมีสัญลักษณ์ลูกศรแสดงไว้ สำหรับแสดงทิศทางการหมุนเพื่อให้สามารถใส่ยางได้อย่างถูกต้อง ไม่สามารถใส่สลับซ้ายขวาของรถยนต์เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้ (หลายคนที่นิยมเก็บยางเก่าไว้เป็นยางอะไหล่ต้องคำนึงถึงประเด็นนี้ด้วย) ดอกยางในลักษณะนี้จะมีจุดเด่นคือสามารถรีดน้ำได้ดีกว่าดอกยางแบบสองทิศทาง ดอกยาง 2 ทิศทาง (Non Directional) เป็นลักษณะของลายดอกยางที่จะสามารถสลับยางได้ในทุกตำแหน่งล้อของรถยนต์ โดยลักษณะดอกยางแบบนี้ทั้ง 2 ด้าน จะสวนทิศทางกัน เป็นยางที่เหมาะกับการขับขี่ทั่วไปไม่เน้นความเร็วสูง วิธีการใส่ยาง แบบ “ดอกยางแบบ 2 ทิศทาง”สามารถใส่ได้ทุกทิศทาง และเวลาสลับยางก็สามารถสลับได้ทุกตำแหน่ง มีคุณสมบัติในการรีดน้ำน้อยกว่า เหมาะกับการเดินทางที่ไม่ใช้ความเร็วสูง ขับขี่ในเมือง หากต้องเดินทางในพื้นที่ชื้นแฉะหรือฤดูฝนต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น ดอกยางแบบสมมาตร (Symmetric) เป็นลักษณะของดอกยางที่มักพบเห็นในยางส่วนใหญ่ทั่วไป คือมีลักษณะดอกยางและร่องยางที่ต่อเนื่องทั่วพื้นที่หน้ายาง โดยหากแบ่งพื้นที่บนหน้ายางเป็นสองส่วนลวดลายในแต่ละส่วนจะเหมือนกันทุกประการ ดอกยางแบบไม่สมมาตร (Asymmetric) จะมีลายที่แตกต่างกันบนหน้ายาง ลายดอกยางทั้งสองฝั่งจะหนาไม่เท่ากัน ซึ่งลายดอกยางด้านในนั้นจะออกแบบมาเน้นการขับขี่ที่ความเร็วสูง ส่วนดอกยางด้านนอกนั้นเน้นการขับขี่ในการเข้าโค้ง ทางคดเคี้ยวมากๆที่ความเร็วสูง ลักษณะดอกยางที่ใช้งานทั่วไป ดอกยางละเอียด (Rib Pattern) ลักษณะของดอกยางประเภทนี้คือเป็นแนวยาวบนหน้ายางตามวงรอบของยาง ซึ่งจากลักษณะของดอกยางทำให้มีการสูญเสียหน้าสัมผัสจากร่องยางกับพื้นถนนไม่มาก รวมทั้งยังสามารถรีดน้ำได้รวดเร็ว และมีเสียงรบกวนน้อย เหมาะกับรถที่ขับบนทางเรียบ ดอกยางบั้ง (Lug Pattern) มีลักษณะบั้งเป็นแนวขวางบนหน้ายางหรือขวางเส้นรอบวงของยาง การที่ดอกยางถูกออกแบบในลักษณะนี้ก็เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการตะกุย เหมาะสำหรับการใช้งานในถนนที่ขรุขระ แต่ก็สามารถใช้งานบนถนนทั่วไปที่ความเร็วต่ำได้ นอกจากนี้ดอกยางแบบบั้งยังมักมีร่องยางที่ลึกเพื่อให้มีอายุการใช้งานที่นาน ดอกยางแบบผสม (Rib Lug Pattern) ดอกยางที่ผสานลักษณะของดอกยางแบบละเอียดและแบบบั้งไว้ด้วยกัน เพื่อให้มีจุดเด่นของดอกยางทั้งสองชนิด โดยทั่วไปแล้วดอกยางแบบผสม มักจะมีดอกยางแบบละเอียดอยู่บริเวณพื้นที่ตรงกลางของหน้ายาง โดยมีดอกยางแบบบั้งขนาบที่ขอบหน้ายางทั้ง สองด้าน ด้วยการผสานทั้งดอกยางแบบละเอียดและแบบบั้งไว้ด้วยกัน จึงทำให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับรถที่ใช้งานทั้งบนทางเรียบและทางขรุขระสลับกัน แต่ไม่ควรใช้ขับขี่บนพื้นผิวถนนที่เป็นดินโคลน โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือสภาวะอากาศที่มีฝนตกบ่อย เพราะดอกยางแบบนี้จะขาดคุณสมบัติในการสลัดดินออก ทำให้เสี่ยงต่อการลื่นไถลหรือติดหล่มโคลนง่าย ดอกยางบล็อค (Block Pattern) ดอกยางแบบบล็อกจะมีลักษณะของดอกยางเป็นก้อนหรือจุดซึ่งมีทั้งที่เป็นบล็อกเหลี่ยมหรือกลม ดอกยางในลักษณะนี้จะมีประสิทธิภาพในการตะกุยสูง จึงทำให้เหมาะสำหรับรถที่ใช้งานแบบลุยหนักหรือใช้บนเส้นทางที่มีความโหดอย่างรถออฟโรด หากนำรถยนต์ที่มีดอกยางใหญ่นี้มาขับขี่บนถนนทางหลวงทั่วไป จะทำให้การยึดเกาะน้อย ทั้งยังสร้างเสียงดังรบกวนการขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อวิ่งรถด้วยความเร็วสูง ลักษณะดอกยางที่ไม่แนะนำให้มาใช้งานปกติ ดอกยางเนื้ออ่อน (Soft Compound) ยางที่เรียกกันว่า กึ่งสลิค คือมีหน้าตาเหมือนกับยางรถยนต์ปกติ แต่มีความนุ่มของเนื้อยางหรือวัสดุที่ใช้มากกว่าธรรมดามีดอกยางลวดลายแปลก ๆ แต่ไม่ซับซ้อน อาทิ ลายหนอน ลายหัวธนู เป็นต้น เพื่อให้มีประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนเพิ่มมากขึ้น แต่ประสิทธิภาพในการรีดน้ำก็จะสู้ยางทั่วไปไม่ได้ อาจทำให้รถเสียหลักบนถนนเปียกได้ง่ายกว่าปกติ ไม่มีดอกยาง (Slick) เป็นยางที่พัฒนาขึ้นสำหรับใช้งานบนสนามแข่งโดยเฉพาะ ซึ่งยางประเภทนี้จะมีหน้ายางที่เรียบสนิท ไร้ร่องดอกยางสำหรับรีดน้ำ เพื่อให้หน้ายางสามารถสัมผัสกับพื้นสนามได้อย่างเต็มที่ ด้วยยางสลิคถูกออกแบบให้ปราศจากดอกยาง การนำมาใช้บนนถนนจึงถือเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง เพราะหากเจอฝนหรือแอ่งน้ำแค่เพียงนิดเดียว ก็จะทำให้รถเสียการยึดเกาะถนนจนเป็นอันตรายได้ พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่! อ้างอิงข้อมูล ใส่ยางอย่างไรให้ถูกต้อง ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ เปลี่ยนยางใหม่…จะเลือกดอกยางรถยนต์อย่างไรดี ดอกยางรถยนต์ แบบไหนเหมาะสำหรับขับลุยฝนตก ลายดอกยางรถยนต์มีกี่แบบ มีลักษณะใช้งานต่างกันอย่างไร ดอกยางมีกี่แบบ อะไรบ้าง ยาง เลือกดอกยาง ตามสไตล์การขับรถ “ยาง Slick” คืออะไร? ทำไมจึงห้ามนำมาใช้บนถนนโดยเด็ดขาด ยาง SLICK คืออะไร ใช้งานอย่างไรกันแน่ มาหาคำตอบกัน
- ISUZU D-MAX Hi-Lander 4 ประตู ของ "อามีนา ซาลอน" ร้านเสริมสวยในอำเภอเล็ก ๆ ที่รายได้ไม่เล็ก
ร้านเสริมสวยสุดแซ่บ สวรรค์ของคนอยากจะสวย ครบจบในที่เดียว • ตัด สระ ไดร์ ดัด ยืด ทำหมดไม่สนหัวใคร • ทำสีผม เรื่องนี้เด่นสุด ๆ ของร้านนี้ • ต่อขนตาแบบช่างมืออาชีพ มีใบ Certificate รับรองความชำนาญ • ทาเล็บเจล-ต่อเล็บ ด้วยช่างมีประสบการณ์ • สปาเท้า • นวดหน้า-ขัดหน้า "อามีนา ซาลอน" ร้านเสริมสวย ที่ทำรายได้สูงสุด 1x,xxx บาท/วัน แม้จะอยู่ในอำเภอเล็ก ๆ แต่รายได้ไม่เล็กเลย พิกัด ตั้งอยู่ข้างวัดวังทองวราราม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก สามารถเข้าไปดูผลงานเพิ่มเติมได้ที่เพจ ร้านทำผม อามีนา ซาลอน ลูกค้าใช้รถ Hi-lander 4 ประตู เกรด Z เน้นเอาไว้ใช้ขับเดินทางซึ่งเป็นเส้นทางเขา และพาครอบครัวไปเที่ยวในวันหยุด จ่ายจบวันรับรถไม่ถึง 40,000 บาท งวดผ่อนสบาย ๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร: 099 490 5000 ไลน์ไอดี: @isuzuhat เว็บไซด์: www.isuzuhatgroup.com หรือ สามารถพิมพ์ @isuzuhat ค้นหาเราได้ทุกช่องทาง ISUZU HAT GROUP เราให้คุณมากกว่าคำว่าบริการ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินกำหนด พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!
- ISUZU D-Max Hi-Lander 4 ประตู เกรด Z ของเจ้เรียน ร้านข้าวแกงจับเงิน"หลักหมื่น" ออกรถได้ ธรรมดาที่ไหน
ร้านอาหารขวัญใจชาวบ้าน จ.อุตรดิตถ์ "เจ้เรียน ก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวราดแกง ข้าวขาหมู อาหารตามสั่ง" ร้านเปิดมา 8-9 ปี ร้านเก่าแก่เลย ร้านจะอยู่ติดถนนริมทาง ถนนอุตรดิตถ์ เวลาเปิด 06.00 น. - 15.00 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์) ราคาข้าวราดแกง 1 อย่าง 30 บาท / 2 อย่าง 35 บาท / ใส่ถุง 25 บาท อาหารตามสั่ง ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ราคาเริ่มต้น 40 บาท เมนูที่มัดใจลูกค้า คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือร้อน ๆ น้ำซุปหอม ๆ ลูกค้าเลือกออกรถรุ่น Hi-Lander 4 Drs. 1.9 Ddi เกรด Z เลือกออกรถกับอีซูซุเพราะอยากออกให้ลูกชาย และชอบในตัวรถ ใช้เงินวันออกรถเพียง 96,000 บาท ผ่อน 1x,xxx บาท/84 เดือน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร : 099 490 5000 ไลน์ไอดี : @isuzuhat หรือ สามารถพิมพ์ @isuzuhat ค้นหาเราได้ทุกช่องทาง ISUZU HAT GROUP เราให้คุณมากกว่าคำว่าบริการ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินกำหนด พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!
- เริ่มเข้าหน้าหนาวทำไมสตาร์ทรถติดยาก แล้วจัดการอย่างไรดี?
ช่วงฤดูฝนทั้งฝนตกและน้ำท่วมที่พาอาการอันแสนปวดหัวมากับน้ำ ได้กำลังค่อย ๆ ผ่านพ้นไป ช่วงนี้ในบางพื้นที่ก็เริ่มมีอุณหภูมิต่ำลงเป็นสัญญาณของฤดูหนาว(แม้ว่าจะสั้นกว่าปีก่อน ๆ ก็ตาม) พาทำให้เครื่องยนต์ของรถยนต์เราเย็นลงตามไปด้วย กว่าจะสตาร์ทติดได้ก็ชวนหงุดหงิดไม่น้อย บางทีไม่ติดเลย ในตอนนี้เราจึงต้องมาตรวจเช็คและเตรียมพร้อมไปในตัว ว่ามีปัจจัยไหนบ้างที่ส่งผลให้มีอาการเหล่านี้และจะแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้าง อากาศเย็นส่งผลอะไรกับรถยนต์เราบ้าง? ระบบของเหลวในเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องมีหนืดขึ้น ในวันที่สภาพอากาศที่เย็นสบาย ในวันที่ฝนตกอากาศเย็นและชื้นในที่เย็นจัด อาจทำให้ น้ำมันเครื่องสามารถมีเนื้อที่หนืดและแข็งตัวได้ ทำให้ไหลเวียนได้ไม่ดีเท่าที่ควรและอาจส่งผลทำให้เครื่องยนต์ขัดข้องหรือสตาร์ทติดยาก แรงดันน้ำมันเครื่องต่ำ เครื่องยนต์ของคุณต้องอาศัยแรงดันน้ำมันเครื่องเพื่อทำให้น้ำมันเครื่องทำงานไหลเวียนได้อย่างราบรื่นซึ่งอากาศที่เย็นจัดนั้นสามารถทำให้ทำงานผิดปกติได้ การแก้ไขปัญหาคือเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ เพราะน้ำมันเครื่องสังเคราะห์นั้นจะรักษาระดับความหนืดและสามารถต้านทานการแข็งตัวได้ดีกว่า แม้ในวันที่มีสภาพอากาศเย็นจัด เมื่อสตาร์ทรถยนต์ติดแล้วควรให้เวลาวอร์มเครื่องยนต์อย่างน้อย 15-20 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องที่มีความเหนียวหนืดเนื่องจากอากาศเย็นได้คลายตัวลงก่อนทำการขับขี่ ระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่คายประจุเร็ว ในอุณหภูมิปกติ แบตเตอรี่รถยนต์จะมีการคายประจุออกไปอย่างช้า ๆ เนื่องมาจากการรั่วไหลระหว่างขั้วต่อ ปฏิกิริยาเคมีในที่อากาศเย็นจะคายประจุได้เร็วกว่า ทำให้ความจุของแบตเตอรี่ลดน้อยลง จึงทำให้รถของเราสตาร์ทติดยากขึ้น หรือ อาจจะสตาร์ทไม่ติดเลย เมื่อสตาร์ทรถยนต์ติดแล้วให้เวลาวอร์มเครื่องยนต์อย่างน้อย 15-20 นาที เพื่อวอร์มแบตเตอรี่ การสตาร์ทรถยนต์สถานการณ์แบบนี้ทำอย่างไร? หากเป็นรถยนต์ที่มีโช๊คแบบใช้มืออยู่ ดึงโช๊คขึ้นและกดปุ่มสตาร์ทรถ หรือบิดกุญแจสตาร์ทรถ หลังจากนั้นเหยียบคันเร่งจนกว่ารถจะสตาร์ทติด ส่วนรถยนต์ที่มีโช๊คแบบอัตโนมัติ ให้กดปุ่มหรือบิดกุญแจสตาร์ทรถและเหยียบคันเร่งเพื่อสตาร์ทรถให้ติดได้เลย สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติดได้ การสตาร์ทรถยนต์ไม่ติดนั้นยังสามารถเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ได้เช่นกัน ให้ลองตรวจสอบอาการเบื้องต้น หากไม่แน่ใจให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโดยละเอียดและแก้ไข หัวเทียนสึกกร่อน เนื่องจากการใช้งานรถยนต์มาอย่างยาวนาน ซึ่งหัวเทียนควรจะเปลี่ยนทุก ๆ 20,000 – 30,000 กิโลเมตร และควรตรวจสภาพหัวเทียนบ่อย ๆ ขั้วแบตเตอรี่หลวมและระดับน้ำยาแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ แบตเตอรี่ถือเป็นหัวใจหลักอย่างหนึ่งของรถยนต์ที่ทำให้รถใช้งานได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบสภาพขั้วให้แน่นหนาและระดับน้ำยาแบตเตอรี่ให้มีเพียงพออยู่เสมอ ไดชาร์จเสีย ไดชาร์จเป็นตัวปั่นไฟให้เข้าไปเก็บในแบตเตอรี่และจ่ายกระแสไฟไปส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์ ซึ่งหากไดชาร์จเสียก็จะทำให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติด ไดสตาร์ทหรือมอเตอร์สตาร์ทรถเสีย ไดสตาร์ทมีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ทำให้เครื่องยนต์รถติด หากมีอาการเสียก็จะทำให้รถสตาร์ทไม่ติด เมื่อพบปัญหาแล้วให้นำส่งซ่อม สายไฟขาดหรือระบบไฟฟ้ามีปัญหา เพราะการสตาร์ทรถนั้น ต้องใช้ไฟฟ้าจากเครื่องยนต์ภายในรถ หากมีหนูมากัดสายไฟขาดหรือระบบไฟฟ้ามีปัญหาที่จุดใดจุดหนึ่ง ก็จะทำให้รถสตาร์ทไม่ติด มีไฟรั่วในรถ ตรวจสอบได้ด้วยการนำรถเข้าไปตรวจสอบที่อู่หรือศูนย์บริการ ถ้ามีไฟรั่ว ต้องหาจุดที่รั่วให้เจอแล้วทำการแก้ไข น้ำมันในถังหมด ให้เช็กดูน้ำมันคงเหลือในถัง ถ้ามีไฟเตือนรูปเติมน้ำมัน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า น้ำมันในถังหมดแล้ว ทำให้สตาร์ทอย่างไรก็ไม่ติด หรืออาจเจออาการลูกลอยค้าง ทำให้เห็นว่ายังมีน้ำมันอยู่ แต่ความจริงน้ำมันมันหมดไปแล้ว ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ฃ ปั๊มติ๊กอาจเสีย เนื่องจากปั๊มติ๊กจะทำหน้าที่ในการส่งน้ำมันจากถังไปทีหัวฉีด ถ้าปั๊มติ๊กไม่ทำงาน ก็จะไม่มีน้ำมันเข้าไปจุดระเบิด สตาร์ทอย่างไรก็ไม่ติด พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่! อ้างอิงข้อมูล ทำไมอากาศเย็นแล้วรถสตาร์ทติดยาก หน้าหนาวนี้เครื่องยนต์ สตาร์ทยากทำยังไง รถสตาร์ทติดยากเพราะอากาศเย็น ปัญหาหนักใจคนใช้รถ ทำไมอากาศเย็น รถสตาร์ทติดยาก ?
- ISUZU V-CROSS 4X4 ของน้องนิค หนุ่มอุตรดิตถ์ จบปวช. ผันตัวมาเป็นเจ้าของสวนรายได้ 6 หลักต่อปี
เปิดใจ!! หนุ่มอุตรดิตถ์ จบปวช. ผันตัวมาเป็นเจ้าของสวน จับเงินรายได้หลักแสนต่อปี ซื้อรถเป็นของตัวเองในอายุเพียง 22 ปี คุณ กฤษณา เทธิกัน (น้องนิค) "เรียนจบ ปวช.ตัดสินใจออกมาทำสวนต่อจากครอบครัว โดยปลูกทุเรียนและลองกอง รายได้ที่ทำได้จะอยู่หลักแสนต่อปี ตัดสินใจออกรถเพราะรถที่บ้านไม่เพียงพอต่อการขนส่ง และอยากไปบ้านแฟนที่น่านซึ่งเป็นเส้นทางเขาเลยตัดสินใจออกรถ เป็น v-cross 4x4 " ใช้โปรอะไรในการออกรถ? "ดาวน์ 15% ไฟแนนซ์ผ่านง่าย 2 วัน ผ่าน แต่เลือกส่งค่างวดล่วงหน้า 6 เดือน เพราะอาชีพเกษตรกร จะได้เงินเป็นก้อนและเป็นรอบในการเก็บเกี่ยวผลผลิต" สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร: 099 490 5000 ไลน์ไอดี: @isuzuhat หรือ สามารถพิมพ์ @isuzuhat ค้นหาเราได้ทุกช่องทาง ISUZU HAT GROUP เราให้คุณมากกว่าคำว่าบริการ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินกำหนด พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!
- Hi-Lander 2 Door 1.9 Ddi L DA ของคุณพิกุล แก้วใจ เจ้าของสวนผลไม้ ใช้เล่มเขียวเล่มเดียวออกรถได้สบาย ๆ
อาชีพเกษตรกร ฟังทางนี้ อยากออกรถแต่กลัวต้องใช้คนค้ำ เพียงแค่ใช้เล่มเขียวเล่มเดียวไม่ต้องง้อคนค้ำเลย คุณพิกุล แก้วใจ อายุ 56 ปี (เจ้าของสวนทุเรียน ลองกอง) อ.ลับแล ต.นานกกก จ.อุตรดิตถ์ ความกังวลกลัวไม่มีคนค้ำอายุที่ค่อนข้างเยอะของลูกค้าก่อนซื้อรถ แต่ลูกค้ามีเล่มเขียวก็เลยหายห่วง ลูกค้ารายนี้ ออกรถ Hi-Lander 2 Door 1.9 Ddi L DA ออกรถใช้เงินดาวน์เพียง 50,000 บาท พร้อมเลือกส่งค่างวดล่วงหน้า 6 เดือน ที่เลือกส่งล่วงหน้าเพราะได้เงินเป็นรอบฤดูกาลการเก็บเกี่ยวผลผลิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร: 099-490-5000 ไลน์ไอดี: @isuzuhat หรือ สามารถพิมพ์ @isuzuhat ค้นหาเราได้ทุกช่องทาง ISUZU HAT GROUP เราให้คุณมากกว่าคำว่าบริการ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินกำหนด พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!
- วันเด็กปีนี้พาลูกไปเที่ยวด้วยรถยนต์อย่างไร ให้สนุกและปลอดภัย
การเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถยนต์เป็นกิจกรรมที่สนุกและน่าตื่นเต้นสำหรับทั้งครอบครัว โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ๆ ที่ต้องการความอิสระในการสำรวจและค้นหาสิ่งใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม การเดินทางด้วยรถยนต์ที่มีเด็กไปด้วยก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น เตรียมตัวก่อนเดินทาง ก่อนการเดินทางควรเตรียมความพร้อมทั้งตัวเด็กและผู้ใหญ่ โดยพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบถ้วน และตรวจเช็คสภาพร่างกายว่าไม่มีโรคภัยไข้เจ็บใดๆ รบกวน หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ก่อนการเดินทาง สำหรับเด็ก ควรเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เตรียมของเล่นหรือกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ให้เด็กเล่นระหว่างการเดินทาง และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ผ้าอ้อม นม หรืออาหารสำหรับเด็ก จัดที่นั่งให้เด็กอย่างปลอดภัย เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ควรนั่งบนที่นั่งนิรภัยที่ติดกับเบาะหลังของรถยนต์ เพื่อป้องกันอันตรายจากการชนหรือพลิกคว่ำของรถยนต์ สำหรับเด็กอายุ 6-12 ปี ควรนั่งบนเบาะด้านหลังและคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย หยุดพักรถให้บ่อย ๆ เด็กไม่สามารถนั่งอยู่ในรถยนต์ได้เป็นเวลานานโดยไม่เบื่อหรือเหนื่อย ดังนั้นควรหยุดพักรถให้บ่อย ๆ ทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อเด็กได้ยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำ และรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้ความบันเทิงแก่เด็ก ให้ความบันเทิงแก่เด็กระหว่างการเดินทาง เช่น เล่านิทาน ร้องเพลง หรือเปิดเพลงให้ลูกฟัง จะช่วยให้เด็กไม่เบื่อและรู้สึกผ่อนคลาย ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดในระหว่างการเดินทาง เช่น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเด็กคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกต้อง ไม่ให้เด็กเล่นซน หรือไม่ให้เด็กเปิดประตูรถโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อควรระวัง ไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพังภายในรถยนต์ แม้แต่เพียงชั่วครู่ เพราะอาจเกิดอันตรายได้ เช่น เด็กอาจเล่นซนจนเปิดประตูรถ หรือเด็กอาจเกิดอาการป่วยเฉียบพลัน ไม่ควรให้เด็กกินหรือดื่มขณะรถกำลังเคลื่อนที่ เพราะอาจเกิดการสำลักหรือคลื่นไส้อาเจียนได้ ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ขณะรถกำลังเคลื่อนที่ เพราะอาจทำให้เด็กไม่สนใจสิ่งรอบตัวและอาจเกิดอันตรายได้ ไม่ควรขับรถเร็วหรือหวาดเสียว เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ ไม่ควรดื่มสุราหรือเสพยาเสพติดขณะขับรถ เพราะจะทำให้ความสามารถในการควบคุมรถลดลงและอาจเกิดอุบัติเหตุได้ เคล็ดลับเพิ่มเติม เลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับวัยและความสนใจของเด็ก เตรียมกิจกรรมให้เด็กทำระหว่างการเดินทาง เช่น เล่นเกม ระบายสี หรือดูการ์ตูน ชวนเด็กคุยเรื่องต่างๆ ระหว่างการเดินทาง เพื่อไม่ให้เด็กเบื่อ ชื่นชมเด็กเมื่อเด็กทำสิ่งดีๆ จะช่วยให้เด็กรู้สึกดีและมีความสุข พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่! บทความนี้เขียนโดย Google Bard
- คาร์ซีทสำคัญไหม? อุปกรณ์สำคัญสำหรับเด็กที่หลายคนมองข้าม แม้ลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุมากถึง 70%
อุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีในประเทศไทย เด็กที่โดยสารในรถยนต์โดยไม่นั่ง Car Seat มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงกว่าเด็กที่โดยสารใน Car Seat ประมาณ 50-70% ในประเทศไทย กฎหมายกำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ต้องโดยสารใน Car Seat เท่านั้น โดยต้องติดตั้งในตำแหน่งที่นั่งด้านหลังรถและหันหน้าไปทางด้านหลังรถ จนกระทั่งเด็กมีน้ำหนักถึง 18 กิโลกรัม หรือสูงถึง 105 เซนติเมตร Car Seat หรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของเด็กโดยเฉพาะ โดยออกแบบมาให้รองรับสรีระและน้ำหนักของเด็กในแต่ละช่วงวัย ช่วยลดแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ และช่วยป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากที่นั่งในระหว่างเกิดอุบัติเหตุ Car Seat ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุได้ โดยช่วยลดแรงกระแทกที่ศีรษะ คอ และลำตัว ซึ่งเป็นส่วนเปราะบางของเด็ก ลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ การศึกษาพบว่าเด็กที่โดยสารใน Car Seat มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้โดยสารใน Car Seat ประมาณ 50-70% รองรับสรีระและน้ำหนักของเด็ก Car Seat ถูกออกแบบมาให้รองรับสรีระและน้ำหนักของเด็กในแต่ละช่วงวัย เพื่อให้เด็กนั่งสบายและปลอดภัย ช่วยให้เด็กนั่งนิ่ง Car Seat ช่วยให้เด็กนั่งนิ่งได้ ทำให้ผู้ปกครองสามารถขับรถได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ Car Seat ยังช่วยส่งเสริมวินัยที่ดีให้กับเด็ก เพราะเด็กจะเรียนรู้ว่าต้องนั่งใน Car Seat ทุกครั้งที่เดินทางในรถยนต์ ราคาโดยเฉลี่ยของคาร์ซีทในประเทศไทย อยู่ที่ประมาณ 2,000-15,000 บาท โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามประเภท ยี่ห้อ และคุณสมบัติของคาร์ซีท คาร์ซีทแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ตามการใช้งาน ได้แก่ คาร์ซีทสำหรับทารกแรกเกิด (Infant Car Seat) เป็นคาร์ซีทสำหรับทารกแรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 1 ปี โดยติดตั้งในตำแหน่งที่นั่งด้านหลังรถและหันหน้าไปทางด้านหลังรถ คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก (Convertible Car Seat) เป็นคาร์ซีทที่สามารถปรับการใช้งานได้ตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 4-5 ปี โดยติดตั้งในตำแหน่งที่นั่งด้านหลังรถและสามารถปรับหันหน้าไปข้างหน้าได้ คาร์ซีทสำหรับเด็กโต (Booster Car Seat) เป็นคาร์ซีทสำหรับเด็กโตตั้งแต่อายุประมาณ 4-5 ปีขึ้นไป โดยติดตั้งในตำแหน่งที่นั่งด้านหลังรถหรือที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า คาร์ซีทแบบพกพา (Portable Car Seat) เป็นคาร์ซีทที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก โดยติดตั้งในตำแหน่งที่นั่งด้านหลังรถหรือที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า ราคาของคาร์ซีทจะแตกต่างกันไปตามประเภท ตามยี่ห้อ และคุณสมบัติของคาร์ซีท โดยคาร์ซีทสำหรับทารกแรกเกิดจะมีราคาสูงกว่าคาร์ซีทสำหรับเด็กโต เนื่องจากคาร์ซีทสำหรับทารกแรกเกิดมีการออกแบบที่รองรับสรีระและน้ำหนักของทารกแรกเกิดโดยเฉพาะ นอกจากนี้ คาร์ซีทที่มีฟังก์ชันการใช้งานพิเศษ เช่น คาร์ซีทที่สามารถปรับทิศทางได้ คาร์ซีทที่มีระบบระบายอากาศ หรือคาร์ซีทที่มีระบบลดแรงกระแทก ก็จะมีราคาสูงกว่าคาร์ซีทที่มีฟังก์ชันการใช้งานพื้นฐาน ผู้ปกครองควรเลือกซื้อคาร์ซีทที่เหมาะสมกับเด็กในแต่ละช่วงวัยและงบประมาณ โดยควรเลือกคาร์ซีทที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานสากล ISO หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) การติดตั้ง Car Seat นั้นมีความสำคัญมาก ผู้ปกครองควรศึกษาวิธีการติดตั้งอย่างละเอียดจากคู่มือการใช้งานก่อนการติดตั้ง จะช่วยให้ Car Seat ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่! บทความนี้เขียนโดย Google Bard
- วันเด็กปีนี้พาเด็ก ๆ ไปเที่ยวที่ไหนดี!? แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว 4 แห่ง ใน 4 จังหวัด จากอีซูซุฮกอันตึ๊ง
สำหรับวันเด็กเป็นอีกวันสุดพิเศษสำหรับลูก ๆ นอกจากจะมีกิจกรรมและอีเวนท์มากมายทั้งจากภาครัฐและเอกชนจัดให้น้อง ๆ ได้สนุกกับการทำกิจกรรม หลาย ๆ ครอบครัวอาจจะกำลังวางแผนท่องเที่ยวในช่วงนี้ วันนี้อีซูซุฮกอันตึ๊งขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เด็ก ๆ และผู้ใหญ่ในครอบครัวสามารถเอ็นจอยร่วมกันได้ จำนวน 4 แห่ง จาก 4 จังหวัด ก่อนออกเดินทางอย่าลืมมาตรวจสภาพรถยนต์กับอีซูซุฮกอันตึ๊งทุกสาขาใน 4 จังหวัดนี้ได้เลย! พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่! อ้างอิงข้อมูล 40 ที่เที่ยวตาก เมืองแห่งธรรมชาติสวย งดงามด้วยวัฒนธรรม 15 ที่เที่ยวตาก ใกล้ชิดธรรมชาติ สูดอากาศให้เต็มปอด เขื่อนภูมิพล (เขื่อนยันฮี) - ททท. [รีวิว] ร้าน เถียงนา คอฟฟี่ แอนด์ เบเกอรี่ จำกัด สาขาตาก - Wongnai TASTE: จากร้านกาแฟใต้ถุนบ้านที่จังหวัดตาก สู่ Tiengna Viennoiserie ร้านขนมยอดฮิตย่านพร้อมพงษ์ อัปเดต 30 ที่เที่ยวสุโขทัย ชิลถ่ายรูปสวยๆ ได้ไปแล้วจะหลงรัก 25 แหล่งท่องเที่ยว พาเด็กไปเที่ยวสุโขทัย วันหยุดแค่ไม่กี่วันก็ไปได้ 9 คาเฟ่สุโขทัย ร้านชิคๆ น่าไปเช็คอิน กาแฟดี เบเกอรี่เลิศ 20 ร้านกาแฟสุโขทัย แก้วหอมกรุ่นอุ่นหัวใจ มาทีไรต้องแวะชิล 15 ที่เที่ยวอุตรดิตถ์ ไปง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ - Wongnai รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี - Museum Thailand












