top of page

พบ 114 รายการสำหรับ ""

  • เข้าพรรษาปีนี้ ถวายของเสริมดวงวันเกิดเสริมบุญให้หนุนนำ

    "บุญ" ไม่มีตัว ไม่มีตน แต่มี "ฤทธิ์" หากช่วงใดดวงดี บุญก็จะหนุนนำ ให้ดียิ่งขึ้นไป หากช่วงใดดวงไม่ดี บุญก็จะคอยอุ้มชู ให้เราไม่ตกอับ เข้าพรรษานี้ทำบุญเสริมดวงกันหน่อยดีกว่า ใครเกิดวันไหนถวายของเสริมดวงได้ตามรูปเลยจ้า พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!

  • Spacecab S ต่อคอก ของคุณณัฐพล เสียงสังข์ จากมนุษย์เงินเดือน สู่อาชีพพ่อค้าขายน้ำมะพร้าว

    จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของกิจการ รักในงานอิสระ ที่เป็นนายตัวเอง และหาเงินได้เยอะทำรายได้หลักพันต่อวัน ในอายุเพียงแค่ 25 ปี คุณณัฐพล เสียงสังข์ อายุ 25 ปี อาชีพขายน้ำมะพร้าว ลูกค้าเป็นคน อ.เมือง จ.ตาก ตัดสินใจออกรถจากงานประจำเพื่อมาขายน้ำมะพร้าว ทำได้ 2 ปี สามารถออกรถเป็นของตัวเองได้ ตัดสินใจออกรถ Isuzu เพราะรถคันเดิมเป็นรถของพ่อ แต่พอมีธุรกิจตัวเองอยากมีรถเป็นของตัวเอง เพื่อสะดวกต่อการขนมะพร้าวมาขาย โดยรถที่เลือกใช้เป็น Spacecab S ต่อคอก เลือกใช้อีซูซุเพราะทรงสวย ความชอบส่วนตัว สามารถโหลดจัดทรงได้เยอะ เพื่อความสะดวกสบายในการขนมะพร้าว และประหยัดน้ำมัน คติประจำใจ อยากมีก็ต้องทำ ไม่ทำก็ไม่มี พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!

  • แจ้งปิดทำการในวันที่ 20 กรกฎาคม 2567

    แจ้งปิดทำการในวันที่ 20 กรกฏาคม 2567 เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และจะเปิดทำการปกติใน วันจันทร์ ที่ 22 กรกฏาคม 2567 ท่านใดที่ต้องการจองรถหรือนำรถเข้าศูนย์บริการสามารถนัดหมายเข้ามาก่อนวันหยุดได้เลยนะคะ ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ Isuzu Hat Group เราให้คุณมากกว่าคำว่าบริการ พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!

  • รีบเข้าศูนย์ฯ มารับโปรแบบจุก ๆ ! นัดหมายล่วงหน้าส่วนลด 10%

    รีบเข้าศูนย์ฯ มารับโปรแบบจุกๆ ! นัดหมายล่วงหน้าส่วนลด 10% โปรเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 1,480 บาท (เกรดกึ่งสังเคราะห์ 7 ลิตร) รวมค่าแรง+VAT ลดยาง สูงสุด 2,000 บาท ลดอะไหล่ สูงสุด 15% ฟรี! เช็กรถ 8 ระบบสำคัญ ผ่อน 0% นานสูงสุด 9 เดือน สามารถนำรถเข้าศูนย์บริการได้ทั้ง 7 สาขาของกลุ่มอีซูซุฮกอันตึ๊งได้เลยนะคะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเช็คระยะรถ 081-2806664 สาขาบ้านคลอง พิษณุโลก 088-2820908 สาขาอินโดจีน พิษณุโลก 081-9538080 สาขาตาก 086-4400932 สาขาแม่สอด 089-9616688 สาขาอุตรดิตถ์ 083-1617779 สาขาสุโขทัย 099-3833366 สาขาสวรรคโลก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ไลน์ไอดี: @isuzuhat หรือ สามารถพิมพ์ @isuzuhat ค้นหาเราได้ทุกช่องทาง ISUZU HAT GROUP เราให้คุณมากกว่าคำว่าบริการ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินฯ กำหนด พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!

  • ค่าความสูงของรถคืออะไร? ทำไมถึงมีผลต่อการขับขี่ในสภาพเส้นทางต่าง ๆ

    ค่าความสูงของรถยนต์หรือ Ground Clearance เป็นหนึ่งในปัจจัยสําคัญที่ผู้ขับขี่ควรพิจารณาเมื่อเลือกซื้อรถ โดยคำนึงถึงสภาพการขับขี่ที่ตนเองใช้งานให้เหมาะสมในสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม พื้นผิวถนนไม่เรียบ การขับขี่ขนทางลาดชัน หรือแม้แต่เส้นทางที่แคบ รวมถึงจุดศูนย์ถ่วงและการควบคุมรถซึ่งค่าความสูงของรถยนต์นั้นส่งผลทั้งสิ้น ค่า Ground Clearance คืออะไร ? ค่าความสูงจากพื้นถึงจุดที่ต่ําที่สุดของตัวถังรถ ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ใต้ท้องรถ โดยแบ่งตามกลุ่มประเภทรถยนต์ ดังนี้ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก (B-Segment) มีความสูงเฉลี่ย 130-150 มม. รถยนต์นั่งขนาดกลาง (C-Segment) มีความสูงเฉลี่ย 160-170 มม. รถยนต์นั่งขนาดใหญ่ (D-Segment) มีความสูงเฉลี่ย 150-170 มม. รถยนต์อเนกประสงค์ (Cross Over, SUV, MPV) มีความสูงเฉลี่ย 170-205 มม. รถกระบะดัดแปลง (PPV) มีความสูงเฉลี่ย 210-225 มม. รถกระบะ (Pickup) มีความสูงเฉลี่ย 230-280 มม. ขึ้นไป สำหรับเหตุผลทางวิศวกรรมความสูงของตัวรถมีผลต่อจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถและมีผลต่อการควบคุมรถอยู่บ้าง หากปราศจากปัจจัยอื่นที่ถูกนำมาคำนวนร่วมกัน อาจมีผลต่อการถ่ายเทน้ำหนักหรือโคลงตัวตามแรงโน้มถ่วง ซึ่งความสูงของตัวรถที่มากกว่าอาจจะมีการโคลงตัวได้มากกว่ารถที่ความสูงน้อยกว่า ค่า Ground Clearance ส่งผลต่อการขับขี่ผ่านอุปสรรคอย่างไร ? รถที่มีค่า Ground Clearance สูง เช่น รถ SUV, MPV และรถกระบะ จะสามารถขับผ่านสิ่งกีดขวางหรือพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้ง่ายกว่ารถที่มีค่าต่ํา เนื่องจากมีระยะห่างจากพื้นมากกว่า ลดความเสี่ยงในการทับถมหรือชนกับสิ่งกีดขวางได้ รถที่มีค่า Ground Clearance ต่ํา เช่น รถนั่งขนาดเล็กและกลาง จะมีความเสี่ยงในการชนกับสิ่งกีดขวางหรือพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบมากกว่า เนื่องจากระยะห่างจากพื้นน้อย อาจทําให้เกิดความเสียหายกับส่วนล่างของรถได้ง่าย ค่า Ground Clearance ส่งผลต่อต่อการขับขี่ในถนนเหรือทางเข้าออกที่แคบอย่างไร ? ความสามารถในการขึ้น-ลงทางลาดชัน รถที่มีค่า Ground Clearance สูงจะสามารถขึ้น-ลงทางลาดชันได้ดีกว่ารถที่มีค่าต่ํา เนื่องจากมีระยะห่างจากพื้นมากกว่า ลดความเสี่ยงของการถูกรถหน้าหรือหลังกระแทก ความสามารถในการเลี้ยวรถ รถที่มีค่า Ground Clearance สูงจะมีความยาวของฐานล้อมากกว่า ทําให้รัศมีการเลี้ยวรถกว้างขึ้น และมีความเสี่ยงในการเฉี่ยวชนสิ่งกีดขวางมากขึ้น ความสามารถในการขับขี่บนถนนเส้นเล็ก รถที่มีค่า Ground Clearance สูงจะมีความกว้างและยาวมากกว่า ทําให้ยากต่อการขับขี่ผ่านช่องทางที่แคบ เช่น ทางเข้าออกอาคาร หรือถนนเส้นเล็ก ความสูงของน้ำแค่ไหนถึงอันตรายไม่ควรขับขี่ผ่าน ? ระดับความสูงของน้ำ 10-30 เซนติเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับความสูงจากพื้นถึงตัวรถในกรณีนี้ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับ รถยนต์นั่งทุกประเภท ที่อยู่ในระดับ 130-170 มิลลิเมตร หรือ 13-17 เซนติเมตร อยู่ในระดับน้ำที่สูงขึ้นมาแตะใต้ท้องรถและอาจใกล้ถึงท่อไอเสีย อยู่ในระดับความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง ระดับความสูงของน้ำ 30-60 เซนติเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับความสูงจากพื้นถึงตัวรถถ้าเป็นรถยนต์นั่งทุกประเภท ระดับน้ำจะอยู่ที่กรอบป้ายทะเบียนด้านบน หรือ เลยกึ่งกลางของล้อ อยู่ในระดับความเสี่ยงปานกลาง-สูง ถ้าเป็นรถยนต์ประเภท Cross Over, SUV, MPV อาจจะสามารถผ่านไปได้ ระดับความสูงของน้ำมากกว่า 60 เซนติเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับความสูงจากพื้นถึงตัวรถถ้าเป็นรถยนต์นั่งทุกประเภทระดับน้ำจะอยู่ที่กระจังหน้า-ฝากระโปรง อยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก ถ้าเป็นรถยนต์ประเภท PPV หรือ รถกระบะ อาจจะสามารถผ่านไปได้ แต่ต้องระดับน้ำที่ไม่สูงเกิน 80 เซนติเมตร ซึ่งหากมากกว่านั้นควรเปลี่ยนพาหนะเป็นเรือในการสัญจร พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่! บทความนี้เรียบเรียงโดย Perplexity AI และอ้างอิงข้อมูลจาก https://www.pptvhd36.com/automotive/carcare/172383 https://www.babla.co.th/english/ground-clearance https://easysunday.com/blog/everything-to-know-before-driving-in-flood/ https://www.atvklion.com/articles/atv-ground-clearence.html https://easysunday.com/blog/which-suv-ppv-or-mpv-do-you-choose/

  • รู้หรือไม่? เลือกดอกยางรถบรรทุกแบบไหนให้ถูกต้อง ตอบโจทย์การใช้งาน

    รู้หรือไม่? เลือกดอกยางแบบไหนให้ถูกต้อง ตอบโจทย์การใช้งาน วันนี้อีซูซูจะมาขอแนะนำยางรถบรรทุก 4 ประเภทหลัก ๆ ว่ายางแบบไหนเหมาะกับการใช้งานยังไงบ้าง 1. ยางดอกละเอียด (Rib Pattern) : ลักษณะร่องและดอกยางจะโค้งเป็นแถวตามแนวเส้นรอบวงยาง ดอกยางประเภทนี้มีประสิทธิภาพในการรีดน้ำได้ดีกว่ารูปแบบอื่นๆ เหมาะสำหรับรถบรรทุกที่ใช้งานทั่วไปบนทางเรียบ 2. ยางดอกบั้ง (Lug Pattern) : ลักษณะร่องและดอกยางจะมีลักษณะบั้งไปในแนวขวางกับเส้นรอบวงของยาง ทำให้อายุการใช้งานนานขึ้น ทนทานต่อการใช้งานหนัก ดอกยางประเภทนี้เหมาะสำหรับรถผสมปูน รถบรรทุกดัมพ์ 3. ยางดอกผสม (Rib-Lug Pattern) : เป็นการนำจุดเด่นของดอกยางประเภทดอกละเอียดมาผสมผสานกับดอกยางประเภทบั้ง ซึ่งดอกละเอียดจะอยู่บริเวณตรงกลางและดอกบั้งจะอยู่บริเวณไหล่ยางทั้ง 2 ข้าง ทำให้มีความสามารถทั้งการขับบนทางเรียบและบนทางขรุขระปานกลาง จึงเหมาะสมกับรถบรรทุกที่วิ่งด้วยความเร็วปานกลาง และมีการใช้งานทั้งบนถนนราบเรียบและขรุขระปานกลาง 4. ยางดอกบล็อก (Block Pattern) : โดยหน้ายางเป็นแบบบล็อกเหลี่ยมหรือโค้งมนเรียงตัวกันคล้ายอิฐบล็อกเหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ ที่มีลักษณะเป็นแบบออฟโรด ถนนพื้นทราย ถนนพื้นโคลน เพราะลักษณะดอกยางดังกล่าวให้การตะกุยและยึดเกาะบนถนนลาดชันได้ดี รู้แบบนี้แล้วอย่าลืม! เลือกยางรถบรรทุกตามคำแนะนำของผู้ผลิตยางให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ความปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!

  • ศูนย์บริการอีซูซุวางใจได้ โปรแรงแซงฝน ส่วนลดฉ่ำ ๆ

    โปรแรง แซงฝน ส่วนลดฉ่ำๆ ฝนจะตกแรงแค่ไหน ก็แรงสู้โปรเราไม่ได้หรอก โปรส่วนลดฉ่ำ ๆ ที่ช่วยคุณประหยัดได้แน่นอน! ศูนย์บริการรถยนต์อีซูซุ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 1,480 บาท (เกรดกึ่งสังเคราะห์ 7 ลิตร) รวมค่าแรง + VAT ลดยาง สูงสุด 2,000 บาท ลดอะไหล่ สูงสุด 15% ฟรี! เช็กรถ 8 ระบบสำคัญ ศูนย์บริการรถบรรทุกอีซูซุ ลดอะไหล่ สูงสุด 15% ลดยาง สูงสุด 1,200 บาท (สำหรับ NLR 130 และ NLR Lite ทุกรุ่น) ฟรี! เช็กรถ 50 รายการ ผ่อน 0% นานสูงสุด 9 เดือน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/isuzuhat/ ตั้งแต่ 16 มี.ค. 2567 - 31 ก.ค. 2567 พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!

  • ใบขับขี่ 101 : เรื่องน่ารู้ของใบอนุญาตขับขี่รถ มีแบบไหนและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

    การขับขี่รถยนต์เป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นในชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คน ซึ่งการมีใบขับขี่เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันความสามารถและความรู้ในกฎจราจรของผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจไม่ทราบว่าใบขับขี่นั้นมีหลายประเภท และแต่ละประเภทมีข้อกำหนดและสิทธิที่แตกต่างกันออกไป บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับประเภทต่าง ๆ ของใบขับขี่ พร้อมทั้งอธิบายความแตกต่างและข้อกำหนดที่สำคัญในการขอและใช้งานใบขับขี่แต่ละประเภท เพื่อให้คุณมีความเข้าใจและเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง ใบขับขี่รถยนต์มีกี่ชนิด ใบขับขี่รถยนต์ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ หลัก ๆ แบ่งได้ 2 ชนิดใหญ่ ๆ ตามชนิดของรถและการใช้งานทั้งแบบบุคคล และแบบสาธารณะ(รับจ้าง) โดยมีเงื่อนไขในการขอรับเพื่อใช้งาน และข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป และไม่สามารถใช้แทนกันได้ ใบอนุญาตขับขี่รถประเภทส่วนบุคคล ใบขับขี่ที่แบ่งออกอีก 4 ชนิด มีตั้งแต่ บ.1-บ.4 คือ ใบอนุญาตขับขี่ประเภทส่วนบุคคล (บ.) หรือรถที่มีแผ่นป้ายทะเบียนรถพื้นสีขาว มีตัวเลขและตัวอักษรสีดำ สำหรับใช้ขับรถขนส่งส่วนบุคคล (ธุรกิจส่วนตัว) เพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเอง ไม่ใช่เพื่อการรับจ้าง และเป็นรถที่มีน้ำหนักเกินกว่า 1,600 กิโลกรัม ใบขับขี่ บ.1 หรือใบอนุญาตขับขี่ประเภทส่วนบุคคล (บ.) ชนิดที่ 1 คือ ใบขับขี่รถส่วนบุคคลสำหรับใช้ขับรถตู้ หรือรถแท็กซี่ ที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม หรือขับรถขนส่งผู้โดยสารไม่เกิน 20 คน ใช้รถตามชนิดใบอนุญาตในการสอบปฎิบัติ มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท บ.1 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบขับขี่ บ.1 ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ใบขับขี่ บ.2 หรือใบอนุญาตขับขี่ประเภทส่วนบุคคล (บ.) ชนิดที่ 2 คือ ใบขับขี่รถส่วนบุคคลสำหรับใช้ขับรถรถบรรทุก, รถสิบล้อ, รถหกล้อ, รถตู้ หรือรถอื่นๆ ที่มีน้ำหนักรวมเกิน 3,500 กิโลกรัม หรือใช้ขับรถขนส่งผู้โดยสารเกินกว่า 20 คน ใช้รถขนส่ง หรือรถ 6 ล้อ ขี้นไปในการสอบปฎิบัติ มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท บ.2 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบขับขี่ บ.2 ต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ใบขับขี่ บ.3 หรือใบอนุญาตขับขี่ประเภทส่วนบุคคล (บ.) ชนิดที่ 3 คือ ใบขับขี่รถส่วนบุคคลสำหรับใช้ขับรถสิบล้อพ่วง รถหัวลาก รถบรรทุกพ่วง หรือรถลากจูงรถอื่น ใช้รถลากจูง พร้อมรถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วงในการสอบปฎิบัติ มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท บ.3 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบขับขี่ บ.3 ต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ใบขับขี่ บ.4 หรือใบอนุญาตขับขี่ประเภทส่วนบุคคล (บ.) ชนิดที่ 4 คือ ใบขับขี่รถส่วนบุคคลสำหรับใช้ขับรถขนส่งวัตถุอันตราย รถบรรทุกสารเคมี รถบรรทุกน้ำมัน หรือรถบรรทุกก๊าซ ใช้รถลากจูง พร้อมรถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วงในการสอบปฎิบัติ มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท บ.4 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบขับขี่ บ.4 ต้องมีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ใบอนุญาตขับขี่รถทุกประเภท ใบขับขี่ที่แบ่งออกอีก 4 ชนิด มีตั้งแต่ ท.1-ท.4 คือ ใบอนุญาตขับขี่รถประเภททุกประเภท (ท.) ใช้ขับรถรับจ้างขนส่งสินค้าหรือบุคคล รถขนส่งสินค้าในธุรกิจขนส่ง หรือรถโดยสารสาธารณะที่มีแผ่นป้ายทะเบียนพื้นสีเหลือง เพื่อการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งด้วยรถขนาดเล็ก ใช้แทนได้ทั้งใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถประเภทส่วนบุคคล และใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถสาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ใบขับขี่ ท.1 หรือใบอนุญาตขับขี่ประเภททุกประเภท (ท.) ชนิดที่ 1 คือ ใบขับขี่สำหรับใช้ขับรถบรรทุกขนส่งทั้งแบบประจำทาง ไม่ประจำทาง หรือขนส่งโดยรถขนาดเล็กที่มีน้ำหนักรถรวมกันไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม หรือรถขนส่งผู้โดยสารไม่เกิน 20 คน เช่น รถยนต์ป้ายเหลือง มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท ท.1 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบอนุญาตขับขี่ ท.1 ต้องไม่ต่ำกว่า 22 ปี ใบขับขี่ ท.2 หรือใบอนุญาตขับขี่ ประเภททุกประเภท ชนิดที่ 2 คือ ใบขับขี่สำหรับขับรถขนส่งโดยรถขนาดเล็กทั้งแบบประจำทาง และไม่ประจำทางสำหรับรถบรรทุกที่มีน้ำหนักรวมกันเกิน 3,500 กิโลกรัม หรือรถขนส่งผู้โดยสารเกินกว่า 20 คน เช่น รถบรรทุกป้ายเหลือง, รถสิบล้อ, รถหกล้อ, รถบัส, รถเมล์, รถตู้ หรือรถยนต์ มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท ท.2 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบอนุญาตขับขี่ ท.1 ต้องไม่ต่ำกว่า 22 ปี ใบขับขี่ ท.3 หรือใบอนุญาตขับขี่ ประเภททุกประเภท ชนิดที่ 3 คือ ใบขับขี่สำหรับขับรถลากจูงรถอื่นหรือลากล้อเลื่อนที่บรรทุกสิ่งของ เช่น รถบรรทุกพ่วงป้ายเหลือง, รถสิบล้อพ่วง หรือรถหัวลาก มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท ท.3 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบอนุญาตขับขี่ ท.3 ต้องไม่ต่ำกว่า 22 ปี ใบขับขี่ ท.4 หรือใบอนุญาตขับขี่ ประเภททุกประเภท ชนิดที่ 4 คือ ใบขับขี่สำหรับขับรถขนส่งโดยรถขนาดเล็กทั้งแบบประจำทาง และไม่ประจำทางที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตรายตามประเภทหรือชนิด และลักษณะการบรรทุกที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เช่น รถที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตรายทุกชนิด มีอายุใช้งานใบขับขี่ประเภท ท.3 อยู่ที่ 3 ปี และอายุของผู้รับใบอนุญาตขับขี่ ท.3 ต้องไม่ต่ำกว่า 25 ปี การทำใบอนุญาตขับขี่รถ เอกสารที่ต้องใช้ในการทำใบอนุญาตคือบัตรประชาชนตัวจริง และใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่งมีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนด แต่ต้องออกก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน โดยขั้นตอนในการทำใบอนุญาตมีดังนี้ จองคิวผ่านแอปพลิเคชั่น DLT Smart Queue หรือ Walk In แบบไม่ต้องจองคิว วันที่ 1 ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย (ตาบอดสี สายตากว้าง-ลึก ความไวเท้า) อบรม 5 ชั่วโมง, ทดสอบข้อเขียนและจองคิวสอบขับรถ วันที่ 2 ทดสอบขับรถ และทำใบอนุญาต ชำระค่าธรรมเนียมและค่าใบขับขี่รถยนต์ 305 บาท หรือ รถจักรยานยนต์ 205 บาท การต่อใบอนุญาตขับขี่รถ ให้เตรียมใบขับขี่เดิม บัตรประชาชนตัวจริง และใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่งมีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนด แต่ต้องออกก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน กรณีต่อใบขับขี่จากชนิดชั่วคราว (2 ปี) เป็น 5 ปี มีการดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ จองคิวผ่านแอปพลิเคชั่น DLT Smart Queue หรือ Walk In แบบไม่ต้องจองคิว ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ประกอบไปด้วยทดสอบการมองเห็นสี ทดสอบสายตาทางลึก ทดสอบสายตาทางกว้าง และทดสอบปฏิกิริยาเท้าในการเหยียบเบรกหลังเห็นไฟสัญญาณ ถ่ายรูปพิมพ์ใบขับขี่ ชำระค่าธรรมเนียมและค่าใบขับขี่รถยนต์ 505 บาท หรือ รถจักรยานยนต์ 255 บาท ผู้ขับขี่สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วัน หรือ 2 เดือน หากขาดต่ออายุใบขับขี่ กรณีสิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี จะต้องสอบข้อเขียนใหม่ หากสิ้นอายุเกิน 3 ปี เพิ่มขั้นตอนการอบรม, ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถ กรณีต่อใบขับขี่ชนิด 5 ปี เป็น 5 ปี มีการดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ อบรมใบอนุญาติขับรถผ่านระบบ e-Learning ที่เว็บไซต์ https://dlt-elearning.com จองคิวผ่านแอปพลิเคชั่น DLT Smart Queue หรือ Walk In แบบไม่ต้องจองคิว ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ประกอบไปด้วยทดสอบการมองเห็นสี ทดสอบสายตาทางลึก ทดสอบสายตาทางกว้าง และทดสอบปฏิกิริยาเท้าในการเหยียบเบรกหลังเห็นไฟสัญญาณ ถ่ายรูปพิมพ์ใบขับขี่ ชำระค่าธรรมเนียมและค่าใบขับขี่รถยนต์ 505 บาท หรือ รถจักรยานยนต์ 255 บาท ผู้ขับขี่สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน หรือ 3 เดือน หากขาดต่ออายุใบขับขี่ กรณีสิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี จะต้องสอบข้อเขียนใหม่ หากสิ้นอายุเกิน 3 ปี เพิ่มขั้นตอนการทดสอบข้อเขียน, การสอบขับรถ และใบรับรองแพทย์ที่ขอไว้ไม่เกิน 1 เดือน พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่! อ้างอิงข้อมูล https://www.sanook.com/auto/68693/ https://rabbitcare.com/blog/driver-tips/thai-driving-license

  • ฤกษ์ออกรถยนต์ เดือนมิถุนายน 2567

    ฤกษ์ออกรถ มิถุนาคม 2567 มาแล๊วค๊า จากหมอช้างคนเดิม ถ้าจะมูเราต้องไปให้สุดดด ฤกษ์ออกรถ เดือนมิถุนายน 2567 วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2567  วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2567  วันอังคารที่ 4 มิถุนายน 2567  วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2567  วันพุธที่ 12 มิถุนายน 2567  วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2567  วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2567  ฤกษ์ออกรถปี 2567 ตามวันเกิดออกรถวันไหนดี คนเกิดวันอาทิตย์ ควรออกรถวันจันทร์ วันพฤหัสบดี วันเสาร์ และวันอาทิตย์ไม่ควรออกรถวันศุกร์ คนเกิดวันจันทร์  ควรออกรถวันจันทร์ วันศุกร์ และวันเสาร์ ไม่ควรออกรถวันอาทิตย์ คนเกิดวันอังคาร  ควรออกรถวันอังคาร วันศุกร์ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ไม่ควรออกรถวันจันทร์ คนเกิดวันพุธ (กลางวัน)  ควรออกรถวันจันทร์ และวันศุกร์ไม่ควรออกรถวันอังคาร คนเกิดวันพุธ (กลางคืน) ควรออกรถวันจันทร์ และวันศุกร์ไม่ควรออกรถวันพฤหัสบดี คนเกิดวันพฤหัสบดี  ควรออกรถวันจันทร์ และวันศุกร์ ไม่ควรออกรถวันเสาร์ คนเกิดวันศุกร์ ควรออกรถวันจันทร์ วันอังคาร วันศุกร์ และวันอาทิตย์ ไม่ควรออกรถวันพุธ (กลางคืน) คนเกิดวันเสาร์  ควรออกรถวันจันทร์ ไม่ควรออกรถวันพุธ (กลางวัน) พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!

  • ฤกษ์ออกรถยนต์ เดือนกรกฎาคม 2567

    ฤกษ์ออกรถเดือน กรกฎาคม 2567  วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม 2567  วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2567  วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2567  วันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2567  วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2567  ฤกษ์ออกรถปี 2567 ตามวันเกิด ออกรถวันไหนดี คนเกิดวันอาทิตย์ ควรออกรถวันจันทร์ วันพฤหัสบดี วันเสาร์ และวันอาทิตย์ไม่ควรออกรถวันศุกร์ คนเกิดวันจันทร์  ควรออกรถวันจันทร์ วันศุกร์ และวันเสาร์ ไม่ควรออกรถวันอาทิตย์ คนเกิดวันอังคาร  ควรออกรถวันอังคาร วันศุกร์ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ไม่ควรออกรถวันจันทร์ คนเกิดวันพุธ (กลางวัน)  ควรออกรถวันจันทร์ และวันศุกร์ไม่ควรออกรถวันอังคาร คนเกิดวันพุธ (กลางคืน)  ควรออกรถวันจันทร์ และวันศุกร์ไม่ควรออกรถวันพฤหัสบดี คนเกิดวันพฤหัสบดี  ควรออกรถวันจันทร์ และวันศุกร์ ไม่ควรออกรถวันเสาร์ คนเกิดวันศุกร์  ควรออกรถวันจันทร์ วันอังคาร วันศุกร์ และวันอาทิตย์ ไม่ควรออกรถวันพุธ (กลางคืน) คนเกิดวันเสาร์  ควรออกรถวันจันทร์ ไม่ควรออกรถวันพุธ (กลางวัน) หากใครไม่สะดวกใช้ฤกษ์ดังกล่าวนี้ ให้ถือฤกษ์สะดวกสบายส่วนตนเป็นหลัก เพียงแค่ก่อนไปรับรถ หรือจับจอง หรือขับรถวันแรก ทำให้อารมณ์ให้ผ่องใส แช่มชื่น เริ่มต้นวันขอให้เป็นวันที่ดี ฤกษ์นั้นก็ถือเป็นฤกษ์มงคลได้เช่นกัน. พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!

  • 6 สัญญาณไฟให้สัญญาณของรถบรรทุก ที่หลายคนไม่เคยรู้

    ในทุกการเดินทางบนท้องถนน เรามักจะพบเจอกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนในการขับขี่และการใช้สัญญาณไฟ การสื่อสารด้วยสัญญาณไฟของรถบรรทุกนั้นเป็นเรื่องที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคยและไม่เข้าใจ ในบทความนี้เราจะพาคุณไปสำรวจ "6 สัญญาณไฟให้สัญญาณของรถบรรทุก ที่หลายคนไม่เคยรู้" ซึ่งจะช่วยให้คุณรับรู้และเข้าใจถึงการสื่อสารที่สำคัญของพวกเขาในขณะขับขี่บนท้องถนน ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับการเดินทางของคุณ แต่ยังช่วยให้การสื่อสารกับรถบรรทุกเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สัญญาณไฟรถบรรทุก ที่หลายคนไม่รู้ เปิดไฟเลี้ยวซ้าย-ขวาสลับกัน รถบรรทุกกำลังจะเบรกหรือด้านหน้ามีอุบัติเหตุ ให้ชะลอความเร็วลง เปิดไฟเลี้ยวซ้าย หากรถบรรทุกเปิดไฟเลี้ยวซ้ายทั้งที่ไม่มีซอยหรือทางเลี้ยว แสดงว่าข้างหน้าปลอดภัยสามารถแซงออกขวาได้ตามอัธยาศัย เปิดไฟเลี้ยวขวา หากรถบรรทุกเปิดไฟเลี้ยวขวาทั้งที่ไม่มีซอยหรือทางเลี้ยวข้างหน้า หมายความว่าห้ามแซงเพราะข้างหน้าอาจมีรถสวนมาหรือมีทางโค้ง เปิดไฟสูงตอนเราแซงขวา รถบรรทุกช่วยส่องไฟให้เราเห็นทางด้านหน้าชัดเจนและเมื่อรถบรรทุกดับไฟสูงลง เป็นสัญญานบอกว่ารถเราแซงพ้นแล้วสามารถกลับเข้ามาในเลนได้ วิ่งสวนทางมากระพริบไฟสูง 1 ครั้ง เช็กว่าเราง่วงหรือเปล่าและทางที่เราผ่านมานั้นมีอุบัติเหตุหรือด่านไหม หากไม่มีอะไรให้เรากระพริบไฟส่งสัญญาณกลับ1ครั้งเพื่อเป็นการตอบรับ วิ่งสวนทางมาดับไฟหน้าแล้วเปิดขึ้นใหม่ ทางด้านหน้าอาจมีการตั้งด่านหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ให้เราเตรียมพร้อมชะลอความเร็วลง พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!

  • เงินเดือนเท่าไหร่? ถึงจะซื้อรถป้ายแดงในฝันได้สักคัน!

    รถยนต์เป็นปัจจัยสำคัญของใครหลาย ๆ คน จึงไม่แปลกที่คนเพิ่งเริ่มต้นทำงาน จะรู้สึกขวนขวายที่จะหาซื้อรถยนต์มาไว้ใช้งานแล้วเงินเดือนเท่าไหร่หละ จึงจะเริ่มซื้อรถเองได้? การซื้อรถยนต์ด้วยระบบเช่าซื้อไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก หากคุณมีเงินเดือนประมาณ 15,000 บาท ก็เพียงพอที่จะผ่อนรถยนต์ระดับ 1,900 ซีซีได้แล้ว เนื่องจากไฟแนนซ์จะคิดยอดผ่อนต่อเดือนต้องไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ของรายรับที่ได้ในแต่ละเดือน นั่นหมายความว่า หากยอดผ่อนแต่ละเดือนประมาณ 7,500 บาท ก็สามารถเป็นเจ้าของรถได้ (เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทและสถาบันการเงินกำหนด) แต่ทั้งนี้ การที่ยอดผ่อนแต่ละเดือนจะลดลง นั่นหมายถึง คุณจะต้องเพิ่มเงินดาวน์ให้มากกว่าปกติด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากรถมีราคาประมาณ 605,000 บาท คุณควรดาวน์ไม่ต่ำกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นเงิน 121,000 บาท และผ่อนชำระเป็นระยะเวลา 84 งวด จะทำให้ค่างวดอยู่ที่ประมาณ 7,170 บาท ซึ่งก็ต่ำพอให้ไฟแนนซ์สามารถพิจารณาอนุมัติให้ได้ อย่างไรก็ดี บริษัทไฟแนนซ์มักพิจารณารายรับต่อเดือนที่แน่นอน โดยเฉพาะ "ฐานเงินเดือน" ขณะที่รายรับอื่นๆ เช่น ค่าคอมมิชชั่น, โบนัส ฯลฯ บริษัทไฟแนนซ์บางแห่งอาจไม่นำมาพิจารณาเลยก็เป็นได้ ขณะที่อายุงานก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่บ่งบอกว่าคุณมีความมั่นคงเพียงพอ ไม่เปลี่ยนงานบ่อยเกินไปจนอาจทำให้รายได้ไม่มั่นคง การซื้อรถยนต์ใหม่ ไม่เพียงแต่พิจารณาถึงรายรับเพียงฉาบฉวยเท่านั้น หากคุณเป็นคนมีเงินเก็บหรือมีรายได้จากช่องทางอื่นอยู่เสมอ แม้จะได้เงินเดือนไม่มาก ก็ยังถือว่าไม่ตึงเกินไปนักที่จะผ่อนรถ แต่หากมีรายรับเพียงช่องทางเดียว และยังมีภาระอีกหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบ การซื้อรถยนต์อาจส่งผลให้คุณเกิดการชักหน้าไม่ถึงหลังได้ เพราะอย่าลืมว่ารถยนต์ นำไปสู่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น ค่าประกันภัย, พ.ร.บ., ค่าภาษี, ค่าบำรุงรักษาตามระยะ, ค่าซ่อม ฯลฯ จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนซื้อรถยนต์ใหม่ และที่สำคัญ อย่าเข้าข้างตัวเองว่าจ่ายไหวอยู่แล้ว ควรลองหักรายได้ประจำเป็นจำนวนเท่าค่างวดในแต่ละเดือนเก็บเข้าบัญชี หากเก็บได้สัก 3 เดือน โดยไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน ก็พอที่จะบ่งบอกว่าคุณพร้อมซื้อรถใหม่ได้ค่ะ ย้ำว่า ต้องเลือกซื้อรถให้เหมาะสมกับรายได้ เลือกเก็บตามกำลังที่ไหว อย่าให้ชีวิตต้องมาลำบากเพราะอยากจะได้รถมากเกินไป ถ้ารายได้ยังไม่มากพอ เป้าหมายเป็นรถที่ราคาไม่สูงนักก็จะช่วยให้การเก็บเงินเป็นจริงได้เร็วขึ้น พบกับข่าวสารล่าสุดทาง LINE! มาเช็คข่าวสารและโปรโมชันดีๆ ใน LINE กัน เพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อน คลิกที่นี่!

bottom of page